✿ เปิดตู้เสื้อผ้า..คุณย่าคุณยาย สไตล์วินเทจ ตอนที่ 2

translation missing: th.blogs.article.posted_on 09 Jan 17:24

 

✿ ความเดิมจากตอนที่แล้ว Brown as a berry พาไปทำความรู้จักกันเทรนการแต่งตัวแบบ Vintage กันแบบคร่าวๆไปแล้ว (อ่านย้อนกันได้ "เปิดตู้เสื้อผ้าคุณย่าคุณยาย..สไตล์ Vintage ตอนที่ 1") ว่ามีจุดกำเนิดในกลางยุค 90s ที่สาวๆต่างพากันเบื่อแฟชั่นที่ซ้ำซากจำเจ จนต้องย้อนยุคเปิดตู้เสื้อผ้าคุณยายหาเสื้อผ้ามาใส่กัน...มาวันนี้ เราจะพาไปเจาะลึกถึงแฟชั่น Vintage กันทีละยุคไปเลย ว่าแต่ละยุคมันเป็นยังไงกันบ้าง

แฟชั่น Vintage คุณยาย ถูกแบ่งออกตามยุคสมัยต่างๆที่เปลี่ยนไป ส่วนใหญ่ที่พูดถึงคือตั้งแต่ปี 1920-1960 ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงแฟชั่นไปทุกๆสิบปี ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าแฟชั่นถูกเปลี่ยนไปตามสังคม สิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงต่างๆของโลก ซึ่งในช่วงเวลาที่ถูกนำมาเป็นแฟชั่นนั้น ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่โลกมีเหตุการณ์ใหญ่ๆของโลกเกิดขึ้นมากมาย และแน่นอนว่าอิทธิพลใหญ่ๆก็จะมาจากโลกฝั่งตะวันตกซะมาก 

วันนี้ Brown as a berry จะพาย้อนกลับไปสักเฉียดๆร้อยปี ไปดูกันว่า แฟชั่น Vintage ยุคปี 1920s น่าจะเรียกว่าได้ว่าเป็นยุคคุณทวด มันหน้าตาเป็นยังไง? เกิดขึ้นได้ยังไง? อะไรที่เป็นจุดเด่นของยุคสมัยนั้นกันบ้าง

http://vera-stevens.blogspot.com

✿ 1920s เป็นยุคแห่งความยิ่งใหญ่ของชาติตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกา ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่เศรษฐกิจอเมริกาดีที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จนถูกเรียกชื่อยุคนั้นว่าเป็นยุค Roaring Twenties ยุคแห่งการเจริญเติบโตขนานใหญ่ ส่งผลไปถึงเมืองใหญ่ทั่วโลก ไม่่ใช่เฉพาะอเมริกา แต่เชื่อมต่อกันไปถึง ปารีส , ลอนดอน.. อุตสาหกรรมทั้งรถยนต์ , ดนตรี Jazz , ศิลปะ , หนัง และ แฟชั่น.. ทุกอย่างล้วนมโหฬารไปซะหมด. 

ในมุมของแฟชั่นนั้น สิ่งที่มีผลกระทบต่อคนในยุคนั้น คงจะเป็นเหล่าดาราทั้งหลาย ทั้งวงการกีฬา ทั้งวงการหนัง คนเหล่านี้ถูกจับจ้องจากสื่อมวลชนและคนทั่วๆไปจนกลายเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลหลักของกระแส.

วงการหนังในช่วงยุคต้น 1920s ในเวลานั้นยังเป็นหนังขาวดำ และเป็นหนังเงียบ ถ้าใครมีโอกาสได้ดูหนัง The Artist หนังที่กวาดรางวัลใหญ่ๆมากมาย รวมทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ประจำปี 2011 เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ก็จะเห็นวัฒนธรรมของวงการหนังและดาราในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี การปฏิวัติในวงการหนังในยุคนี้ก็ถือว่าเป็นการก้าวกระโดดเช่นกัน ในช่วงเกือบๆจะปลายยุค หนังก็ก้าวเข้าสู่ยุคหนังที่มีเสียงเรื่องแรก The Jazz Singer.

✿ 1920s คือช่วงเวลาที่พิเศษมากของแฟชั่นยุคใหม่ เพราะคือช่วงเวลาที่หนุ่มสาวยุคนั้น พากันฉีกกรอบเดิมๆของการสวมใส่เสื้อผ้า เมื่อกรอบเดิมๆถูกใช้วนไปวนมาถึงจุดหนึ่ง เป็นธรรมชาติของคนที่จะต้องหาวิธีเดินออกจากกรอบเดิมๆนั้นให้ได้ ในยุคสิบปี ตั้งแต่ปี 1920-1930 คือช่วงเวลาที่ต้องเรียกว่า Modern Era แห่งวงการแฟชั่น เป็นช่วงเวลาที่หนุ่มสาวเบื่อที่จะใส่เสื้อผ้าที่เป็นทางการซ้ำๆตลอดเวลา เลยพยายามหาเสื้อผ้าที่ใส่สบายขึ้น ผู้หญิงก็เริ่มหันมาใส่กางเกงแบบผู้ชายบ้าง ผู้ชายก็หันไปใส่เสื้อผ้าที่สำหรับเล่นกีฬา ซึ่งหลายๆอย่างกลายเป็นพื้นฐานการแต่งตัวที่คงมาถึงปัจจุบัน.


http://thinkingshop.jimandmary.caแฟชั่นในยุค 1920s นั้น ถูกแสดงออกอย่างชัดเจนจากการลุกขึ้นมาแสดงบทบาทที่ไม่เป็นรองผู้ชาย ของเหล่าสาวๆ การลุกขึ้นมาเป็นผู้หญิงที่ทำงานเก่ง แบบ Working Women การลุกขึ้นมามีสิทธิมีเสียงทางการเมือง (เป็นปีแรกที่ผู้หญิงมีสิทธิในการเลือกตั้ง) โดยเริ่มก่อตัวตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ผู้หญิงมีบทบาทในการทำงานต่างๆในโรงงานอุตสาหกรรมการผลิต.

มุมของแฟชั่นโดยเฉพาะเด็กสาววัยรุ่น ในยุคนั้นเป็นยุคสมัยที่อเมริกามีบทบาทต่อโลก เป็นยุคสมัยที่เศรษฐกิจเฟื่องฟูสุดๆ ซึ่งเป็นผลจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ก่อนที่จะล่มสลายในปลายยุค ทำให้คนหันมาใช้ชีวิตฟู่ฟ่า คนเริ่มมีความสนใจในงานศิลปะมากขึ้น , ชอบเข้าสังคมมากขึ้น , เป็นยุคที่ดนตรี Jazz ถือกำเนิด และมันก็กลายเป็นดนตรี Pop ของยุคสมัยนั้น การลุกขึ้นมาปฏิวัติของสาวๆในยุคนั้น ถูกแสดงออกมาตั้งแต่การแต่งตัว เช่นหาอะไรที่ใส่สบายขึ้น อย่างการใส่กระโปรง , ตัดผมบ็อบ เพื่อให้เข้ากับหมวกทรง Cloche Hat ที่กำลังฮิตอยู่ในสมัยนั้น , ฟังเพลง Jazz , ไป Jazz Club , ขับรถเก๋ๆ ในยุคที่มีแต่ผู้ชายขับ , ทำตัวอิสระเหมือนอย่างที่ผู้ชายทำ ผู้หญิงก็ทำได้ เราเรียกเทรนนี้ว่า Flapper ซึ่งมาจากคำว่า Flapping ที่แปลว่าลักษณะของการหัดบินของลูกนก.

✿ คำว่า Flapper โด่งดังมาจากหนังในปี 1920 ที่ชื่อว่า The Flapper นำแสดงโดย Oliver Thomas ถือได้ว่าเธอคือ Original Flapper เลยก็ว่าได้ แต่จะว่าไป จริงๆแล้วบุคคลที่มาตอกย้ำภาพของ Flapper ได้ชัดเจนที่สุด คงหนีไม่พ้น Coco Chanel ซึ่งคือผู้ที่นำเอาแฟชั่นฝรั่งเศสเข้ามามีบทบาทสร้างเทรน Flapper  ให้เกิดขึ้น ด้วยการสร้างบุคคลิกของสาวที่มีความเป็นเด็ก ทะมัดทะแมงแบบผู้ชาย ผมสั้น ทำให้หน้าอกแบน ใส่กางเกงขายาว หรือ กระโปรงที่สั้นขึ้นมาเหนือเข่า ใส่ชุดที่พอดีตัวมากขึ้น.

image

Coco Chanel . http://www.iflair.biz/sasareport

มีหลายๆอย่างที่ Coco Chanel ปฏิวัติวงการแฟชั่นในยุค 1920s ทั้งการนำผ้าที่ใช้ทำชุดชั้นในผู้ชายมาทำเสื้อผ้าผู้หญิง , การทำน้ำหอมอมตะตลอดกาลอย่าง No.5 หรือการที่เปลี่ยนชุดไฮโซดั้งเดิมที่ฟูๆเยอะแยะๆ ตามสมัย Victorian กลายเป็นโทนสีดำ เรียบๆ จนกลายเป็น Signature ของเธอ. 

✿ นอกจากนี้ ความล้ำหน้าในยุคนั้นยังมาถึงอุตสาหกรรมผ้าด้วย ช่วงเวลานั้นผ้าที่เป็นใยธรรมชาติอย่าง Cotton , Wool ได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะ Silk (ผ้าไหม) กลายเป็นผ้าที่มีความต้องการอย่างมหาศาลในตลาด แต่กำลังผลิตของตลาดมีจำกัด ทำให้ Silk กลายเป็นผ้าที่มีราคาสูง จนกระทั่งมีการผลิตผ้า Rayon ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นผ้าที่่เกิดจากการทำปฏิกิริยาระหว่างเนื้อไม้กับสารเคมี มีลักษณะเงามันคล้ายกับ Silk จึงถูกนำมาใช้แทนในราคาที่ถูกกว่า.

http://en.wikipedia.org

✿ ลองมาดูแฟชั่นเด็กๆในยุค 1920s กันบ้างดีกว่า ในยุค 1920s เองนอกจากเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับวงการแฟชั่นผู้ใหญ่แล้ว ก็ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับของวงการแฟชั่นเด็กอีกด้วย ผลกระทบจากยุค Roaring Twenties ส่งผลมาถึงการแต่งตัวของเด็กไม่ต่างจากผู้ใหญ่เลย จุดสำคัญก็คือ การใส่ที่สบายขึ้นทั้งสไตล์และเนื้อผ้าที่ใช้ เช่นเดิมที เด็กๆมักจะใส่เสื้อผ้าหลายๆชั้น ก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นชั้นเดียวถัดจากชุดชั้นในเลย เป็นต้น. ผ้าฝ้าย Muslin , ผ้า Silk , ผ้ากำมะหยี่ ซึ่งเคยใช้สำหรับเด็กที่บ้านมีฐานะดี ใช้ในโอกาสที่เป็นทางการ ก็กลายเป็นถูกแทนที่ด้วยผ้าฝ้าย Cotton และ Wool ทำเป็นเสื้อถัก,กระโปรง,กางเกง  

หรืออย่างชุดกระโปรง หรือ เดรส ก็ดูบางเบาขึ้น สั้นขึ้น และทำจากผ้าฝ้าย Cotton แถมผ้าพวกนี้ยังเหนียวแน่นพอจะรับการเล่นซนของพวกเด็กๆ เวลาวิ่งหรือซนจนหกล้มอีกด้วย. นอกจากนี้ เด็กผู้หญิงก็มักตัดผมให้สั้นมากๆ เหมือนที่ผู้หญิงสาวๆสมัยนั้นนิยมทำผมบ็อบนั่นแหล่ะ แถมด้วยการตกแต่งด้วยการผูกโบว์ซะหน่อย

✿ สรุปรวมๆก็คือ แนวความคิดของคนยุคสมัย 1920s เป็นยุคที่คนหลีกหนีจาก Victorian Style ที่ดูโอ่อ่า ทางการ แม้แต่เด็กยังต้องทาปาก ใส่ส้นสูง ดังนั้นทั้งผู้ใหญ่ทั้งเด็กในยุคนี้ จึงหันมาสู่การทำตัวให้เด็กลง ร่าเริง สนุกสนาน เรียบง่ายขึ้น ผู้หญิงมีความทะมัดทะแมงไม่ต่างจากผู้ชาย 

image

ติดตามเรื่องราวดีๆจากเสื้อผ้าเด็ก Brown as a berry ได้ใหม่ในครั้งหน้า รวมถึง เปิดตู้เสื้อผ้าคุณย่าคุณยาย..สไตล์ Vintage ในตอนต่อไป อย่าลืมแวะมาพูดคุย ติชมพวกเราได้ที่ Facebook.com/BrownAsaBerryShop นะคะ 

ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่าน :)