✿ ที่มาของ กี่เพ้า เดรสแสนสวีตสุดคลาสสิค

translation missing: th.blogs.article.posted_on 09 Jan 17:36

Polka Dot Sweet ✿ เสื้อผ้าเด็ก Brown as a berry

            ในทุกๆคอลเลคชั่นของ Brown as a berry เรานำเอาสไตล์เสื้อผ้าที่คลาสสิคๆในอดีต มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ  "กี่เพ้า" ก็เป็นอีกหนึ่งสไตล์เสื้อผ้าคลาสสิค ที่ดีไซน์เนอร์ของเรา หยิบเอามาปรุงแต่ง จนกลายเป็น เสื้อผ้าเด็ก ในแบบของ Brown as a berry 

            วันนี้ Brown as a berry เลยหยิบเอาเรื่องราวของ "กี่เพ้า" มาให้ทุกๆคนได้อ่านกันค่ะ :)

            กี่เพ้า ที่เราเรียกกันติดปากนี้ อ่านออกเสียงในภาษาจีนกลางว่า qípáo (ฉีผาว) หรือ "Cheongsam" ออกเสียงสำเนียงกวางตุ้ง เป็นเดรสชิ้นเดียว สำหรับผู้หญิง ส่วนใหญ่ผลิตจากผ้าไหม ลักษณะของ กี่เพ้า จะรัดตรงทั้งตัว ตั้งแต่ส่วนบนถึงส่วนล่าง หรือ อาจจะบานลงส่วนปลายเล็กน้อย คล้ายๆรูปตัว A  และผ่าด้านข้าง เพื่อความสะดวก นอกจาก กี่เพ้า สำหรับผู้หญิงแล้ว ยังมี Changshan ซึ่งใช้สำหรับผู้ชายอีกด้วย   

            กี่เพ้า เป็นเดรสที่ใส่ในลักษณะค่อนข้างรัดรูป พอดีตัว ยาวคลุมถึงท่อนขา ผ่าด้านข้าง มีบทบาทอย่างมากใน เซี่ยงไฮ้ ยุคปี 1920 ถือว่าเป็นแฟชั่นสำหรับสังคมชั้นสูง ช่วงปลายราชวงศ์ชิง

            กำเนิด กี่เพ้า นั้น เริ่มมาตั้งแต่สมัยที่แมนจูปกครองประเทศจีน ในสมัยราชวงศ์ชิง คนแมนจูกลายเป็นชนชั้นสูงในสังคม ผู้หญิงแมนจูมักจะใส่ชุดเดรสชิ้นเดียว ซึ่งแต่เดิม เป็นชุดที่ใช้ในชีวิตประจำวันของชาวแมนจูทั้งชายและหญิง คล้ายกับ กี่เพ้า ใช้ผ้าคล้ายๆกัน แต่เรียกว่า ChangPao

เจ้าหญิงในราชวงศ์ชิงตอนปลาย (ปลายศตวรรษที่ 19)

credit : http://poeticoneirism.blogspot.com

               แม้แต่ผู้หญิงในตระกูลขุนนาง และราชวงศ์ในสมัยราชวงศ์ชิง ก็ใส่ชุด กี่เพ้า นอกจากนั้นแล้ว ตั้งแต่ยุคต้นๆราชวงศ์ชิง (ประมาณปี 1645) ก็ยังมีการออกกฏให้ชาวฮั่นทุกคนใส่ชุด กี่เพ้า รวมไปถึงการตัดผมทรงแมนจู ซึ่งผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม จะมีโทษประหาร 

              มีตำนานเกี่ยวกับ กี่เพ้า เล่าไว้ว่า มีหญิงสาวชาวประมงคนหนึ่ง อาศัยอยู่บริเวณทะเลสาป จิงโป นอกจากจะเป็นคนสวยแล้ว ยังเป็นหญิงสาวที่มีความฉลาดและเก่งมากอีกด้วย แต่ทุกครั้งที่เธอออกหาปลา เธอมักรู้สึกขัดใจกับชุดที่ยาวและลุ่มล่ามของเธอ เธอจึงคิดว่า น่าจะออกแบบชุดเดรสที่เหมาะกับการหาปลาของเธอมากกว่านี้ เธอจึงออกแบบให้มีลักษณะคล้ายเสื้อคลุมยาว ติดกระดุมเป็นแถวที่สามารถเปิดที่ด้านหน้าได้ นั่นทำให้งานของเธอง่ายขึ้นเยอะ

              ขณะเดียวกัน จักรพรรดิหนุ่มของจีนในเวลานั้น เกิดนิมิตฝันขึ้นในคืนหนึ่ง ในฝัน พระบิดาของจักรพรรดิที่ได้สวรรคตไปแล้ว มาบอกว่า หญิงสาวชาวประมงแถวทะเลสาป จิงโบ ใส่ชุด กี่เพ้า จะได้กลายมาเป็นพระราชินี. หลังจากที่จักรพรรดิทรงตื่นขึ้น จึงส่งคนไปตามหาหญิงสาวชาวประมงคนนั้น และก็ได้พบตัวหญิงสาวผู้นั้น ในที่สุด หญิงสาวชาวประมงกับชุด กี่เพ้า ของเธอ ก็กลายเป็นที่นิยมของชาวแมนจูไปด้วย

              รูปทรงดั้งเดิมของ กี่เพ้า จะเป็นทรงกว้าง หลวมๆ คลุมรูปร่างเกือบทั้งตัวของผู้หญิง จะเหลือก็เพียง หัว , มือ , เท้า เท่านั้น ซึ่งในเวลาต่อมา ยุคปี 1920 ในเซี่ยงไฮ้ กี่เพ้า ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ เนื่องจากคนในยุคนั้น ต้องการอะไรที่แฟชั่น ทันสมัย ซึ่ง กี่เพ้า กลายเป็นแฟชั่นที่โดนใจ

              กี่เพ้า ถูกปรับปรุงให้รัดรูป สั้นขึ้น โชว์ทรวดทรง แตกต่างจาก กี่เพ้า ดั้งเดิมมาก กลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อ กี่เพ้า ในยุคนั้นก็จะเป็นชนชั้นสูง,บุคคลที่มีชื่อเสียง เดิมที กี่เพ้า ในยุคนั้นถูกเรียกว่า Zansae หรือแปลว่า เดรสยาว ในภาษาอังกฤษ เรียกว่า Cheongsam นั่นเอง

Yao Lee นักร้องหญิงชื่อดังจากเซี่ยงไฮ้ ช่วงปี 1930-1940

credit : http://superheidiz.blogspot.com

                ปี 1930 กี่เพ้า ได้รับความนิยมไปทั่วประเทศจีน ซึ่งมีลักษณะที่หลากหลายมากขึ้น มีทั้งแบบสั้น แบบยาว มีปกและไม่มีปก และก็ยังถูกพัฒนาต่อไปอีก ตามแฟชั่นของโลกตะวันตก เช่น ทำปกสูง และ เป็นเดรสแขนกุด หรือ แขนเป็นทรงกระดิ่ง 

               ในช่วงปี 1940 กี่เพ้า ถูกผลิตด้วยผ้าหลากหลายชนิดมากขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ ในฤดูร้อน กี่เพ้า ถูกดัดแปลงโดยการตัดแขนออกเพื่อความสบาย ซึ่งในยุคนี้ กี่เพ้า จะไม่ค่อยมีการตกแต่งอะไรมากนัก จนกระทั่งปี 1949 เมื่อถึงยุคคอมมิวนิสต์ แฟชั่นทั้งหลายก็ถูกลดบทบาทลง แต่ชาวเซี่ยงไฮ้ส่วนหนึ่ง ก็ได้อพยพไปอยู่ฮ่องกง และก็ได้นำเอาแฟชั่นต่างๆไปด้วย ทำให้แฟชั่นแบบเซี่ยงไฮ้นี้ ยังคงอยู่ต่อไป

             ในยุคปี 1950 ผู้หญิงที่ทำงานใช้แรงงานในฮ่องกง มักใส่ชุด กี่เพ้า ที่ดัดแปลงให้เหมาะกับการทำงาน ผลิตจากผ้าขนสัตว์ ทอเป็นลาย Twill (ลายซี่โครงที่คู่ขนานกัน) และเริ่มถูกผสมผสานกับเสื้อผ้าที่ใส่สบายมากขึ้น เช่น เริ่มใส่คู่กับ เสื้อ กางเกงยีนส์ หรือชุดสูท กระโปรงต่างๆ 

             กี่เพ้า เริ่มถูกใช้เป็นชุดที่ดูทางการขึ้น หรือดาราหลายๆคนก็ใส่สำหรับงานแสดง โดยเฉพาะในไต้หวัน และ ฮ่องกง เช่น ในปีื 1960 Nancy Kwan ดาราสาวชาวฮ่องกง ใส่ชุดกี่เพ้าในหนังเรื่อง The World of Suzie Wong หนังที่โด่งดังทั้งในอังกฤษและอเมริกา นำแสดงคู่กับพระเอก William Holden แสดงให้เห็นถึงความชื่นชอบ กี่เพ้า ของโลกตะวันตก

William Holden และ Nancy Kwan จากหนังเรื่อง The World od Suzie Wong ปี 1961

credit : http://iwontloveyoulongtime.blogspot.com

จางม่านอี้ และ เหลียงเฉาเหว่ย ในหนัง In The Mood For Love (ปี 2000) 

หนังรักโรแมนติกย้อนยุค ในบรรยากาศของฮ่องกงปี 1960

credit : http://justunderthesurface.wordpress.com

                  ในปัจจุบัน กี่เพ้า ยังคงเป็นแฟชั่นที่แสดงถึงวัฒนธรรมของหญิงชาวจีน บางสายการบิน ก็ใช้เป็นยูนิฟอร์มด้วย เช่น China Airlines เป็นต้น หรือแม้แต่โรงเรียนประถม มัธยม ในฮ่องกง ก็ใช้เป็นยูนิฟอร์มเช่นกัน

                  กี่เพ้า ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับดีไซน์เนอร์ทั่วโลก ด้วยความคลาสสิค ที่ดึงเอาเสน่ห์ของหญิงสาวเอเชียออกมาได้อย่างงดงาม ทั้งแบรนด์อย่าง CD , Versace และ Ralph Lauren ก็ผสมผสานเอา กี่เพ้า มาใช้ในคอลเลคชั่นด้วยกันทั้งนั้น มนต์เสน่ห์ของ กี่เพ้า จึงยังคงอยู่ในโลกของแฟชั่นไปอีกแสนนาน

เรียบเรียงข้อมูลจาก 

wikipedia.org , superheidiz.blogspot.com , my-qipao.com

✿ The Circle ราชพฤกษ์
✿ The Promenade รามอินทรา