✿ บอกรักแบบคลาสสิคตลอดกาล ด้วยการ์ดวาเลนไทน์

translation missing: th.blogs.article.posted_on 30 Jan 05:21

 

เสื้อผ้าเด็ก ชุดเด็ก Brown as a berry

 Brown as a berryเสื้อผ้าเด็กสไตล์วินเทจ

 

               เผลอแป๊ปเดียว ปีนี้ก็ย่างเข้าเดือนที่ 2 แล้ว เดือนกุมภาพันธ์ เดือนที่ทุกคนมักจะต้องนึกถึงวันวาเลนไทน์ จนทำให้เดือนกุมภาพันธ์เป็นตัวแทนของเดือนแห่งความรักไปซะแล้ว 

วันวาเลนไทน์เปลี่ยนแปลงมุมมองไปตามวัยของพวกเราทุกๆคน สมัยพวกเรายังเป็นเด็กๆ วันวาเลนไทน์เป็นวันที่เราจะซื้อสติ๊กเกอร์รูปหัวใจ พกไปโรงเรียนกัน เพื่อจะได้เอาไปแปะเสื้อคนที่เราชอบ เพื่อนที่เรารัก ใครที่เพื่อนๆให้ความสนใจมากๆ ก็มักจะมีสติ๊กเกอร์รูปหัวใจติดเต็มเสื้อเด็กนักเรียนกลับบ้านไป 

  พอเราเริ่มเป็นหนุ่มเป็นสาวกัน วันวาเลนไทน์ก็ดูโลกสดใสมากที่สุด ยิ่งถ้ากำลังแอบชอบใครอยู่ด้วยแล้ว ก็อยากจะเขียนบอกความรู้สึกให้เขาได้อ่าน สิ่งที่มาคู่กับวันวาเลนไทน์ นอกจากจะเป็นดอกกุหลาบสีแดง ช็อคโกแลตแล้ว สิ่งหนึ่งที่คลาสสิคตลอดกาล แม้ว่าวันนี้จะมี Whatsapp มี LINE มีช่องทางมากมายให้สื่อสารถึงกัน แต่ การ์ดวาเลนไทน์ กลับเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ ให้ความรู้สึกที่ดีกว่าการสื่อสารอื่นๆเป็นไหนๆ วันนี้ Brown as a berry  อาสาเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของการ์ดวาเลนไทน์ตั้งแต่อดีตให้อ่านกันสนุกๆดีกว่าค่ะ 

 ว่ากันว่า ก่อนที่การ์ดวาเลนไทน์จะกำเนิดขึ้น ทุกอย่างนั้น เริ่มต้นมาจากความที่มนุษย์อยากจะบอกความรู้สึกของตัวเองให้กับคนที่เรารัก ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลออกไปก็ตาม ในสมัยก่อนนั้นนั้น การทักทายกันในวันวาเลนไทน์เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ยุคกลาง (Middle Ages) ซึ่งเริ่มต้นจากการที่คู่รักมักเขียนบทกลอนหรือร้องเพลงที่แสดงออกถึงความรักให้กัน นักเขียนเกี่ยวกับวาเลนไทน์เริ่มปรากฏเป็นหลักฐานประมาณช่วงปี 1500 พบเป็นกระดาษที่เขียนเอาไว้ ในยุโรปมีการส่งเป็นของขวัญหรือเป็นเพลงเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ โดยเฉพาะอย่างย่ิงในประเทศอังกฤษ

นักเขียน นักกวีที่เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ ที่พบหลักฐานชัดเจนเป็นคนแรกก็คือ Charles, Duke of Orleans ผู้ถูกคุมขังอยู่ใน Tower of London หลังจากเหตุการณ์ยุทธการที่อาแซ็งกูร์  (Battle of Agincourt) ราวปี 1415 หลักฐานส่วนใหญ่ เป็นข้อความที่เขียนเป็นบทกลอนหวานซึ้งถึงภรรยาอันเป็นที่รักในฝรั่งเศส หลักฐานราวๆ 60 ชิ้นปัจจุบันถูกแสดงและเก็บรักษาอยู่ใน British Museum ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของวาเลนไทน์ในยุค Modern หรือยุคที่ผู้คนกำลังจะสร้างการ์ดวาเลนไทน์ส่งให้กัน

 

เสื้อผ้าเด็ก แฟชั่นเด็ก Brown as a berry

ช่วงศตวรรษที่16 เกิดนักเขียนหน้าใหม่ ที่เขียนเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์มากขึ้นเรื่อยๆ จนไปถึงศตวรรษที่ 17 ความนิยมก็กระจายออกไปทั้งในประเทศอังกฤษและประเทศทางตะวันตก การเขียนหาเพื่อนและคนรัก พร้อมทั้งมอบของขวัญให้กันในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในยุโรป

ราวต้นศตวรรษที่ 17 กษัตริย์ Charles ที่ 2 ของสวีเดน ได้เดินทางกลับมาที่สวีเดน พร้อมทั้งนำเอาเรื่องของชาวเปอร์เซียเกี่ยวกับความหมายของดอกไม้ หรือที่รู้จักกันว่า “Language of Flowers” มาด้วย มันได้ถูกตีพิมพ์ในวงกว้าง และส่วนหนึ่งในนั้นได้พูดถึงความหมายของดอกกุหลาบสีแดง ที่เชื่อว่าเป็นดอกไม้ของเทพวีนัส ซึ่งเป็นตัวแทนของความรัก จนเป็นที่มาที่คนทั่วไปรับรู้ว่า ดอกกุหลาบสีแดงคือตัวแทนของวันวาเลนไทน์นั่นเอง

 กลับมาถึงเรื่องของการ์ดวาเลนไทน์กันต่อ หลังจากปี 1723 ความนิยมของการ์ดวาเลนไทน์ในฝั่งอเมริกาเริ่มแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากอังกฤษ และข้อความส่วนใหญ่ถูกเขียนโดยนักเขียนอังกฤษ ในการ์ดวาเลนไทน์มักจะถูกตกแต่งด้วยเลื่อมทองตามขอบกระดาษ และข้อความมักจะเป็นการเขียนเพื่อให้ชายส่งไปเพื่อให้ฝ่ายหญิงสามารถตอบกลับได้

งานการ์ดวาเลนไทน์ในยุค Pre-Victorian เป็นงานทำมือ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สีน้ำวาด ใชัหมึกสี บางครั้งก็ตกแต่งด้วยผ้าไหม หรือผ้าซาติน เพิ่มดอกไม้ใบไม้จริง ทำให้งานออกมาดูสวยงามมาก ไม่เหมือนใคร

การ์ดวาเลนไทน์อีกแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมในช่วงปี 1840-1860 คือ “Daguerreotype” คือการถ่ายรูปในแบบโบราณ ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีฟิล์ม แต่จะใช้เป็นดีบุกแทน โดยที่จะตกแต่งรอบๆเป็นกรอบในแบบต่างๆกันออกไป กลายเป็นการ์ดกึ่งของขวัญที่ใช้มอบให้กัน

 ช่วงต้นศตวรรษที่ 1800s การ์ดวาเลนไทน์เริ่มถูกผลิตในรูปแบบของโรงงานมากขึ้น จากเดิมที่มักผลิตด้วยงานมือ เนื่องจากมีความต้องการสูงขึ้นเรื่อยๆ การตกแต่งการ์ดก็เริ่มมีลูกเล่นมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะใช้ดิ้นเงินดิ้นทองจริงๆมาประดับ หรือริบบิ้น รวมไปถึงผ้าลูกไม้ต่างๆ 

ช่วงเวลานั้น มีศิลปินที่มีชื่อเสียงในการวาดการ์ดวาเลนไทน์อยู่หลายคนที่มีชื่อเสียง คนแรก นั่นก็คือ Kath Greenaway (1846-1901) ศิลปินชาวอังกฤษซึ่งวาดลายเส้นต่างๆให้กับหนังสือเด็กด้วย งานของ Kath จึงมีส่วนประกอบเป็นรูปเด็กเป็นส่วนใหญ่

 

เสื้อผ้าเด็ก แฟชั่นเด็ก Brown as a berry

ตัวอย่างการ์ดวาเลนไทน์ ของ Kath Greenaway : http://www.indiana.edu

 

อีกคนหนึ่งที่ถือว่าเป็นผู้ผลิตการ์ดวาเลนไทน์ชื่อดังของอเมริกาในยุคนั้น ต้องยกให้กับ Ester A. Howland ในช่วงปี 1840 เธอเริ่มผลิตการ์ดวาเลนไทน์ขายในวงกว้าง เธอได้รับฉายาว่า “Mother of the Valentine” เลยทีเดียว เดิมที พ่อของ Ester เป็นผู้นำเข้าเครื่องเขียน รวมไปถึงการ์ดวาเลนไทน์จากอังกฤษ ด้วยงานผลิตการ์ดวาเลนไทน์ที่สวยงามด้วยวัสดุประกอบหลากหลาย รูปเป็นรูปสี มาปะติดปะต่อกัน หรือที่เราเรียกกันว่าวิธี “Scrap” ในปัจจุบัน ธุรกิจของเธอเติบโตเป็นอย่างมาก เคยทำรายได้ถึงปีละ $100,000 ทีเดียว ซึ่งในยุคนั้นถือได้ว่าเป็นเงินมหาศาล จนภายหลังเธอได้ขายกิจการนี้ไปในปี 1881

 

เสื้อผ้าเด็ก แฟชั่นเด็ก Brown as a berry

 ตัวอย่างการ์ดวาเลนไทน์ ของ Ester A. Howland : http://www.victoriana.com

ในช่วงยุค Victorian ราวปี 1890-1917 การ์ดวาเลนไทน์ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากการขนส่งไปรษณีย์ที่ทันสมัยมากขึ้น จากเดิมที่ค่อนข้างไม่สะดวก และมีราคาแพง ทำให้คนไม่นิยมส่งกันเท่าไหร่ แต่เมื่อมีระบบไปรษณีย์ที่ดี ที่เรียกกันว่า “Penny Post” คือส่งโดยใช้แสตมป์ราคา 1 เพนนีเท่านั้น การส่งการ์ดวาเลนไทน์จึงได้รับความนิยมในวงกว้างทันที เราเรียกการ์ดวาเลนไทน์ในยุคนั้นว่า “Penny Postcards” การ์ดในยุคนี้ถือเป็นของสะสมที่เป็นที่นิยมในหมู่นักสะสมของยุค Victorian และ Edwardian มากทีเดียว

 

เสื้อผ้าเด็ก ชุดเด็ก Brown as a berry

 ตัวอย่างการ์ดวาเลนไทน์แบบ Penny Postcard : http://www.pennypostcards.com

 

นอกจากราคาการขนส่งไปรษณีย์ที่ราคาถูกลงแล้ว เทคโนโลยีทางการพิมพ์ในยุค 1900s เอง ก็มีส่วนอย่างมากที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนในสมัยนั้น ที่จากเดิมมักเขียนจดหมายหากันในเทศกาลต่างๆ ความนิยมของการ์ดแบบพิมพ์ ช่วยให้คนสะดวกในการส่งจดหมายแสดงความคิดถึงต่อกันแทนลายมือตัวเอง 

 

เสื้อผ้าเด็ก แฟชั่นเด็ก Brown as a berry

 ตัวอย่างการ์ดวาเลนไทน์ในปี 1910ที่เริ่มใช้การพิมพ์เป็นหลัก  : http://www.victoriana.com

 

ทุกวันนี้ การ์ดวาเลนไทน์กว่า 1พันล้านใบ ถูกส่งให้กันในวันวาเลนไทน์ในแต่ละปี ซึ่งถือได้ว่าเป็นเทศกาลที่คนนิยมส่งการ์ดหากันเป็นอันดับ 2 รองจากเทศกาลคริสมาสต์ ที่มีการส่งราวๆ 2พัน6ร้อยล้านใบในทุกๆปี และแน่นอนว่า การ์ดวาเลนไทน์ กว่า85% ถูกส่งจากสาวๆทั้งนั้นเลยค่ะ ;) 

 

เสื้อผ้าเด็กสไตล์วินเทจ Brown as a berry

Facebook.com/BrownAsaBerryShop

BrownAsaBerryShop.com

✿ The Circle ราชพฤกษ์
✿ The Promenade รามอินทรา