The Jungle Book (1967) การ์ตูนเรื่องสุดท้ายในชีวิตของ Walt Disney

translation missing: th.blogs.article.posted_on 21 Aug 19:47

เขียนโดย : Brown as a berry เสื้อผ้าเด็ก 

ทุกๆวัน ที่ร้าน Brown as a berry ของเรา จะมีการ์ตูนดีๆฉายให้เด็กๆได้ดูเสมอ สำหรับช่วงนี้ ถ้าใครผ่านไปที่ร้าน จะได้เห็นหนังการ์ตูนสุดคลาสสิคเรื่องหนึ่งของโลก นั่นคือ The Jungle Book หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า เมาคลีลูกหมาป่า หนังการ์ตูนขนาดยาวของ Walt Disney ที่คุณพ่อคุณแม่คงเคยได้ดูกันสมัยเป็นเด็กๆ วันนี้เรามาอ่านเรื่องราวของหนังเรื่องนี้กันหน่อยดีกว่า

ร่างแบบตัวละครแรกๆ ของ The Jungle Book (Disney)

The Jungle Book เป็นหนังการ์ตูนขนาดยาวเรื่องที่ 19 ของสตูดิโอ Walt Disney ฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 1967 โดยเนื้อหานำมาจากเรื่องของราว เมาคลีลูกหมาป่า ในหนังสือชื่อ The Jungle Book ประพันธ์โดย Rudyard Kipling

The Jungle Book ของ Walt Disney กำกับโดย Wolfgang Reitherman ซึ่งเป็นนักวาดที่ทำงานให้กับ Walt Disney มาตั้งแต่ปี 1934 ผลิตงานชิ้นเอกหลายชิ้น รวมไปถึงการวาดเจ้าปลาวาฬยักษ์ ฉากสำคัญในหนัง Pinocchio หนังการ์ตูนยาวเรื่องที่ 2 ของสตูดิโอ จนกระทั่งได้มาเริ่มกำกับเรื่องแรกคือ 101 Dalmatians (1961)

ตัวบทหนังดั้งเดิมของ The Jungle Book นั้น ค่อนข้างจะเศร้า มืดหม่น ตามตัวบทประพันธ์ ที่ค่อนข้างหดหู่ ซึ่งตัว Walt Disney เองไม่ชอบใจนัก ที่บทหนังทำให้หนังของเขาเป็นโทนนั้น เขาจึงกลับไปใช้วิธีนักเล่าเรื่องที่สุดยอดแบบดั้งเดิมของ Walt Disney ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จเรื่อยมา โดยมี Larry Clemmoms ทีมครีเอทีฟทีมใหม่ของสตูดิโอ ซึ่งเริ่มต้นทำงานนี้โดยที่ Disney สั่งว่า “ห้ามอ่านหนังสือเรื่อง Jungle Book”

( ย้อนกลับไปถึงหนังการ์ตูนเรื่องยาวเรื่องที่ 2 ของ Walt Disney คือ Pinocchio ก็ถูกดัดแปลงจากบทประพันธ์ดั้งเดิมคลาสสิคของอิตาลี ที่ค่อนข้างมืดหม่น ให้กลายไปเป็นสดใสเช่นกัน จนกลายเป็นประเด็นความไม่พอใจของคนอิตาลีต่อประเทศอเมริกาในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ทีเดียว )

Wolfgang Reitherman ผู้กำกับ และ Bruce ลูกชาย ระหว่างพากษ์เสียง ( Disney )

Richard M. Sherman ผู้ประพันธ์เพลงประกอบ (เขาเคยทำเพลงประกอบหนังเรื่อง Mary Poppins ให้ Disney ประสบความสำเร็จมาแล้วก่อนหน้านั้น รวมถึงรางวัลออสการ์ถึง 2 รางวัล) เล่าให้ฟังถึงครั้งแรกที่เขาและน้องชายถูกเรียกเข้าไปประชุมกับ Disney และทีม ส่ิงแรกที่ Disney ถามกับพวกเขาคือ “ มีใครบ้างที่เคยอ่านหนังสือ The Jungle Book บ้าง? “ ซึ่งไม่มีใครในห้องประชุมนั้นยกมือเลย มีแต่ Richard ที่เคยดูหนังเรื่อง Jungle Book ในเวอร์ชั่นคนแสดง เมื่อปี 1942  “แต่ไม่มีใครเคยอ่านหนังสือใช่ไหม? เยี่ยม.. เราจะเล่าเรื่องนี้ในแบบของ Disney กัน” Walt Disney กล่าว

เพลงประกอบของ The Jungle Book นั้น ทาง Disney เคยทาบทาม The Beatles ให้มาร้องเพลงประกอบให้ ( ในช่วงเวลานั้น ถือเป็นช่วงรุ่งเรืองที่สุดของ The Beatles ก็ว่าได้ ) โดยในเดือนสิงหาคมปี 1965 Brian Epstein ผู้จัดการวง ได้พบกับ Walt Disney เป็นครั้งแรก มีการพูดคุยกันถึงเรื่องการทำเพลงประกอบหนังเรื่องใหม่ของทาง Disney นั่นก็คือ The Jungle Book

พี่น้อง Sherman ระหว่างประพันธ์เพลงให้กับ The Jungle Book  ( Disney )

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ทาง The Beatles เองก็กำลังมีโปรเจคการ์ตูนซีรีย์กับทาง ABC Network ซึ่ง John Lennon สมาชิกหลักของ The Beatles ไม่่ค่อยพอใจกับโปรเจคดังกล่าว เมื่อมีการพูดคุยถึงโปรเจคเพลงประกอบของหนังการ์ตูน จึงทำให้ Lennon ไม่พอใจ และกล่าวว่า “ไม่มีวันที่ The Beatles จะร้องเพลงให้กับ มิกกี้เม้าส์ ห่วยๆนั่นหรอก คุณไปบอก Walt Disney ได้เลย ให้ไปเอา Elvis ร้องเพลงให้กับหนังห่วยๆของเขาเถอะ”

ซึ่ง Sherman ผู้ที่ทำเพลงประกอบให้กับหนังเรื่องนี้ ได้บอกว่า เขาได้แต่งเพลง “That’s What Friends Are For” ไว้สำหรับ The Beatles เป็นผู้ร้อง ด้วยสำเนียงแบบ Liverpool และสไตล์เพลงร็อค แต่เมื่อการเจรจาไม่สำเร็จ เพลงนี้ในหนัง จึงถูกปรับเปลี่ยนและร้องโดยนกแร้ง 4 ตัวในหนัง 

แต่ปรากฏว่า เมื่อหนังออกฉาย เพลงประกอบของ The Jungle Book ที่แต่งโดย Terry Gilkyson และพี่น้องตระกูล Sherman กลับกลายเป็นเพลงประกอบหนังการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จที่สุดของยุคนั้น ถือเป็นเพลงประกอบหนังการ์ตูนเรื่องแรกที่ได้รางวัลแผ่นเสียงทองคำ (ขายได้เกิน 500,000แผ่น ) เพลง “Bare Necessities” ถูกเสนอเข้าชิงรางวัลออสการ์ ( ในเวลานั้นยังไม่มีการแยกระหว่างหนังทั่วไปกับหนังการ์ตูน ) 

Louis Prima, Sam Butera  และ the Witnesses ระหว่างบันทึกเสียงให้ The Jungle Book.
(Disney)

ด้วยตัวละครที่ถือได้ว่าเป็นหัวใจของหนังการ์ตูนแบบ Disney ที่เรียบง่าย แต่มีพลัง สนุกสนานแต่ตรึงใจ ทำให้ประสบความสำเร็จ อย่าง Mowgli  (เมาคลี) เด็กอินเดียนแดงที่หลงป่า , เจ้าหมี Baloo (บาลู) ที่จริงใจ , เจ้าเสือดำ Bagheera (บาคีร่า) ที่เปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่ , เสือโคร่ง Shere Khan (แชร์คาน) หิวกระหาย , เจ้างูตัวร้าน Kaa (คา) รวมไปถึงเพลงประกอบที่ยอดเยี่ยมที่สุดของ Disney ในยุคนั้น ทั้งเพลง “Bare Necessities” , “I Wanna be like You” , “Trust in me” , “Colonel Hathi’s March”

น่าเสียดายที่ Walt Disney ไม่ทันได้อยู่ดูความสำเร็จของหนังการ์ตูนเรื่องนี้ เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 1966 ระหว่าง The Jungle Book ยังอยู่ในขั้นตอนการผลิต หนังการ์ตูนเรื่องนี้ จึงถือได้ว่า เป็นหนังการ์ตูนยาวเรื่องสุดท้ายที่ Walt Disney มีส่วนในการผลิตด้วยตัวเอง

เมื่อครั้ง  The Jungle Book ออกฉาย ก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี รวมไปถึงเพลงประกอบหนังด้วย รายได้รวมของหนังคือ $142 ล้านเหรียญเฉพาะในอเมริกา และ $206 ล้านเหรียญทั่วโลก ขึ้นแท่นเป็นหนังการ์ตูนคลาสสิคเรื่องหนึ่งตลอดกาล

ซ้ายมือ Sterling Holloway นักแสดงชื่อดัง ที่ให้เสียงเจ้างู Kaa
ขวามือ Walt Disney ในช่วงสุดท้ายของชีวิต ( Disney ) 
X